เผยแพร่ผลงาน

โพสต์12 ก.ค. 2555 23:40โดยอุทัย โภชน์ฉิมพลี

ชื่อเรื่อง        รายงานผลการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน  และความพึงพอใจของนักเรียนของ

                    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 ที่มีต่อการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน 

ผู้รายงาน      ลำใย  บัวพิทักษ์

 

บทคัดย่อ

                รายงานผลการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ปีที่  5 ที่มีต่อการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน  โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์ครั้งนี้  เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)  ทดสอบประสิทธิภาพของหนังสือส่งเสริมการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 ตามเกณฑ์  80 / 80  2)  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านก่อนเรียนและหลังเรียน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  3)  เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของหนังสือส่งเสริมการอ่าน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  และ 4)  ศึกษา    ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  ต่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน  กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2554  โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์  จำนวน  16  คน  ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive  Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง  คือ       1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน  จำนวน  24  แผน  2) หนังสือส่งเสริม   การอ่านจำนวน   8  เรื่อง  ได้แก่  ข้าวไทยไตรวิธี   ชีวิตมหัศจรรย์ของหิ่งห้อย  จากหนอนไหมสู่ผ้าไทยลายสวย   มหัศจรรย์เครื่องทอท้องถิ่นไทยอีสาน  ว่าวไทยไขจักรวาล  อาหารไทยสี่ภาค  เที่ยวทุ่งดอกกระเจียว  และโรงเรียนของหนู  3)  แบบทดสอบการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  จำนวน  8  ชุดๆ ละ 10  ข้อ  รวมทั้งสิ้น  80  ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน จำนวน  1 ชุด

ผลการทดลอง   พบว่าหนังสือส่งเสริมการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5              มีประสิทธิภาพ   E1 /  E2     =  85.20  / 84.50  ผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพที่ตั้งไว้  80 / 80   นักเรียน     ชั้นประถมศึกษาปีที่  5  ที่ได้รับการสอนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริม        การอ่าน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ  .01  ทุกเรื่อง  หนังสือส่งเสริมการอ่านมีค่าดัชนีประสิทธิผลมากกว่าร้อยละ  50  ทุกเรื่องและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5  มีความพึงพอใจต่อการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านในภาพรวมในระดับมากที่สุด

               

 

 

 

 

ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

                    ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  

ผู้รายงาน      ลำใย  บัวพิทักษ์

ปีที่วิจัย         2554

 

บทคัดย่อ

                รายงานผลการพัฒนาชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย     ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4   โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์ครั้งนี้  เป็นการวิจัยเชิงทดลอง              มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) ทดสอบประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระ         การเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ตามเกณฑ์  80 / 80  2)  ทดสอบคุณภาพของ              ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญ   3)  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนโดยใช้             ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4           โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์  4) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน                ชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2554  โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์  จำนวน  10  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง  คือ  ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  จำนวน   8  ชุด   ได้แก่  เรื่องอักษรควบ  คำควบแท้  คำควบไม่แท้  การจำแนกคำควบแท้ ควบไม่แท้  คำพ้อง  อักษรย่อ  คำพังเพย  และสำนวนเปรียบเทียบ  แบบทดสอบการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  จำนวน  8  ชุดๆละ   10  ข้อ  รวมทั้งสิ้น  80  ข้อ

ผลการทดลอง   พบว่า  ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  มีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพ  80 / 80  ที่ตั้งไว้ทุกชุดชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก ทุกเรื่อง   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน     มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน   แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  ทุกชุด  และชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรูภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษา    ปีที่  4  มีค่าดัชนีประสิทธิผลมากกว่าร้อยละ  50  ทุกชุด